วิธีการเลี้ยงดูลูกโดยไม่ต้องใช้การลงโทษหรือให้รางวัล
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แวดวงโฆษณาของไทยได้มีการนำเสนอมุมมองเกี่ยวกับ “ชีวิตของคน” ในแง่มุมที่เมื่อรับชมแล้วเกิดความรู้สึกอย่างใดอย่างหนึ่งขึ้นมา โดยเฉพาะความรู้สึกสะเทือนใจ ที่สามารถกระตุกต่อมคิดและต่อมความรู้สึกได้อย่างโดนใจ หากเชื่อมโยงโฆษณาสู่การเลี้ยงดูเด็กของครอบครัว ก็มีหลายชุดที่น่าสนใจและน่าจะนำแนวคิดที่แฝงไว้ในโฆษณามาปรับใช้กับครอบครัวจะขอยกตัวอย่างโฆษณาและคลิปวีดีโอที่เป็นประโยชน์สำหรับครอบครัว
นายสรรพสิทธิ์ คุมพ์ประพันธ์ กรรมการสิทธิเด็กแห่งสหประชาชาติ กรรมการและเลขานุการ มูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็ก หรือลุงเขียว ขอแนะนำวิดีโอคลิป เรื่อง Christian the Lion ที่เชื่อมโยงกับวิธีการเลี้ยงดูลูกโดยไม่ต้องใช้การลงโทษหรือให้รางวัล ก็สร้างความรัก ความผูกพันแก่กันได้
"ผมมีโอกาสได้อ่านในนิตยสารรีดเดอร์ส ไดเจสท์ ฉบับภาษาไทย เดือนมกราคม 2553 ซึ่ง เล่าเรื่องของสิงโต คริสเตียน เดอะ ไลอ้อน (Christian the Lion) เมื่อค.ศ.1960 โดยชายสองคนซื้อลูกสิงโตนำมาเลี้ยงในบ้านที่กรุงลอนดอน ราวกับว่ามันเป็นสมาชิกคนหนึ่งของครอบครัว กระทั่งมันเติบใหญ่เกินกว่าจะอยู่ร่วมในสังคมมนุษย์ จึงติดต่อองค์การอนุรักษ์สิงโตเพื่อนำมันไปปล่อยในป่าของประเทศเคนยา
หลังจากนั้น 1 ปี เขาทั้งสองเดินทางไปในป่าเพื่อเยี่ยมคริสเตียน ในจังหวะแรกมันยังทำท่าไม่แน่ใจว่าชายทั้งสองเป็นใคร จนเมื่อพวกเขาร้องเรียกมันรีบวิ่งเข้ามากอดรัด ซุกไซ้ตามใบหน้าของชายทั้งสองด้วยความดีใจ อีกทั้งยังนำลูกเมียมาแนะนำให้รู้จักด้วย
แน่นอนว่าคริสเตียนย่อมไม่ปฏิบัติเช่นนี้กับมนุษย์ทุกคน
คริสเตียน เดอะ ไลอ้อน บอกให้เรารู้ว่าสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมรวมทั้งมนุษย์ สร้างความรักและความผูกพันที่มั่นคงระหว่างกันได้จากการมีปฏิสัมพันธ์ที่ถูกต้อง ชายสองคนเลี้ยงดูคริสเตียนอย่างใกล้ชิด ด้วยการสอนและกระตุ้นพัฒนาการอย่างมีส่วนร่วม ไม่ว่าจะเป็นการเล่น การกิน ทำกิจวัตรส่วนตัว การใช้ชีวิตร่วมทุกข์ร่วมสุข ให้ความยึดเหนี่ยวทางจิตใจ
ชายทั้งสองไม่ได้ใช้วิธีการเลี้ยงสิงโตแบบนักเล่นละครสัตว์ ที่ใช้วิธีการให้รางวัลและลงโทษ เพราะการให้รางวัลไม่ได้สร้างความรักความผูกพันระหว่างสิงโตกับผู้เลี้ยง สิงโตเพียงต้องการกินเนื้อหากปฏิบัติตามคำสั่งก็จะได้กิน เช่นเดียวกับการลงโทษ ไม่ได้ทำให้สิงโตเรียนรู้ผิดชอบชั่วดี เพียงแต่มันกลัวจะถูกทำร้ายหากไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของคนเลี้ยง
เรื่องของคริสเตียนจึงเป็นอุทาหรณ์อันดีสำหรับพ่อแม่ว่า การเลี้ยงลูกด้วยการสอนและกระตุ้นพัฒนาการอย่างมีส่วนร่วม ไม่ว่าจะเป็นการเล่น การกิน ทำกิจวัตรส่วนตัว การใช้ชีวิตร่วมทุกข์ร่วมสุข ให้ความยึดเหนี่ยวทางจิตใจ ย่อมทำให้ลูกมีพฤติกรรมที่ดีและสร้างความรักความผูกพันที่แน่นแฟ้น ไม่ใช่การให้รางวัลและลงโทษลูก”
ครั้งต่อไปจะชวนให้ดูโฆษณาของไทย อีก 2 ชุดที่ให้ข้อคิดดีๆ เกี่ยวกับวิธีการดูแลลูก คอยติดตามกันนะครับ...

ทดสอบ
ทดสอบ
แสดงความคิดเห็น