English Site

“ติวเข้มครู ฝึกวิทยายุทธ์พร้อมช่วยเหลือและพัฒนาเด็กช่วงเปิดเรียน”

>>“ติวเข้มครู ฝึกวิทยายุทธ์พร้อมช่วยเหลือและพัฒนาเด็กช่วงเปิดเรียน”

เทศกาลเปิดเทอมเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการอีกครั้ง ภารกิจที่ยิ่งใหญ่ของคุณครูก็เริ่มต้นเช่นกัน นอกจากครูจะต้องจัดเตรียมความพร้อมด้านอาคารสถานที่ หลักสูตรการเรียนการสอน เพื่อคอยต้อนรับนักเรียนแล้ว คุณครูบางส่วนต้องเข้าห้องเรียนเพื่อติวเข้ม ฝึกวิทยายุทธ์สำหรับรองรับสารพัดปัญหาพฤติกรรมของนักเรียนที่จะเกิดขึ้นในช่วงเปิดเทอมอีกด้วย

ฝ่ายพัฒนาเด็กและครอบครัว มูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็ก เห็นความสำคัญต่อการเตรียมความพร้อมคณะครู จึงได้จัดงานประชุมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง 'โรงเรียนคุ้มครองเด็ก กับ แนวทางการส่งเสริมพัฒนาเด็กและดูแลช่วยเหลือเด็กนักเรียน' เพื่อเป็นการพัฒนาความรู้และทักษะการปฏิบัติงานด้านการดูแลช่วยเหลือนักเรียน และ การส่งเสริมพัฒนาเด็กเด็กวัยรุ่น ในด้านเพศศึกษา และด้านคุณธรรมจริยธรรม    ให้แก่บุคลากรในโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการโรงเรียนคุ้มครองเด็ก จำนวน 40 โรง หน่วยงานนโยบายระดับพื้นที่ที่ดูแลรับผิดชอบโรงเรียน 40 โรง อาทิ ผู้แทนจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทั้งฝ่ายประถม และ มัธยม  ผู้แทนจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  ผู้แทนจากสำนักการศึกษา กรุงเทพมหานคร  และตัวแทนจากหน่วยงานนโยบายส่วนกลางของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ (สพฐ.)

  • ส่งต่อผู้เชี่ยวชาญ เพื่อช่วยเด็กรอบด้านและยั่งยืน
    ประเด็นที่น่าสนใจในการจัดงานครั้งนี้อยู่ที่การเปิดโอกาสให้คณะครูที่เข้าร่วมนำปัญหาพฤติกรรมของนักเรียนที่ทางโรงเรียนพบมานำเสนอเป็นกรณีตัวอย่างเพื่อให้วิทยากรผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ ทางกฎหมายและทางสังคมสงเคราะห์ หรือที่เรียกว่า 'ทีมสหวิชาชีพ' ช่วยกันวิเคราะห์ถึงสาเหตุของปัญหาและให้แนวทางการช่วยเหลือเด็กในเบื้องต้น  ตัวอย่างเช่น ปัญหาเด็กนักเรียนมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร ปัญหาเด็กนักเรียนเป็นโรคสมาธิสั้น และใช้ความรุนแรงกับเพื่อน ปัญหาเด็กมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม เป็นต้น ซึ่งเป็นปัญหาที่ทางครูหรือทางโรงเรียนได้พยายามให้ความช่วยเหลือเด็กมาโดยตลอดแต่ไม่สามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมดังกล่าว โดยวิทยากรชี้ให้เห็นถึงสภาพปัญหาของเด็กนั้นเกิดจากหลายปัจจัย แต่ปัจจัยหลักที่ต้องค้นหาข้อเท็จจริงให้ครบถ้วนคือ ประวัติการเลี้ยงดูเด็กของครอบครัว ซึ่งเป็นปัจจัยที่สำคัญเพราะหากในส่วนของครอบครัวมีปัญหาเรื่องการเลี้ยงดู ย่อมส่งผลกระทบในระยะยาวต่อเด็ก แล้วจะสะท้อนออกมาเป็นปัญหาพฤติกรรมต่างๆที่คุณครูต่างพบเจอในโรงเรียน
    ดังนั้นการที่แต่ละโรงเรียนมีระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน ซึ่งจะทำให้คุณครูสามารถเข้าถึง เข้าใจและรับรู้ความเป็นไปของเด็กทุกคนได้อย่างใกล้ชิด หากพบเห็นจุดที่ผิดสังเกตเกิดขึ้นในตัวเด็ก และเกินกำลังความสามารถที่คุณครูจะช่วยเหลือได้ให้ส่งต่อปัญหาเหล่านี้ไปยังผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เพราะบางพฤติกรรมของเด็กเกิดจากพยาธิสภาพของเด็กแต่ละคน เกิดจากโรคทางสมอง หรือเป็นปัญหาใหญ่เรื้อรัง ต้องได้รับการรักษาเยียวยาหรือฟื้นฟูจากผู้เชี่ยวชาญจริงๆ ประการสำคัญการทำงานช่วยเหลือเด็กไม่สามารถแก้ไขได้โดยบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากหลากหลายวิชาชีพมาร่วมกันวิเคราะห์และหาแนวทางช่วยเหลือเด็กอย่างรอบด้านและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อเด็กอย่างแท้จริง
  • ติดอาวุธทางความคิดให้เด็ก ช่วยยับยั้งการมีเซ็กซ์
    การสอนเพศศึกษาในโรงเรียน เป็นอีกหนึ่งโจทย์ใหญ่ที่ทำให้ครูหลายคนรู้สึกลำบากใจ ไม่กล้าที่จะสอน ไม่รู้จะเริ่มต้นสอนอย่างไร เนื้อหาที่สอนควรมีเรื่องใดบ้าง  ซึ่งในความเป็นจริงแล้วกระบวนการพัฒนาเด็กวัยรุ่นมี 3 เรื่องที่ควรให้ความสนใจ คือ

    • ด้านสุขอนามัยทางเพศ (Physical Development/Reproductive Health & Development) คือการสอนให้เด็กรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นทาด้านร่างกาย จิตใจ การเปลี่ยนแปลงเรื่องเพศ การทำงานของฮอร์โมนเพศ ปัจจัยกระตุ้นเร้าอารมณ์เพศ ทักษะในการหลีกเลี่ยงการถูกเร้าอารมณ์เพศ การผ่อนคลายแรงกดดันด้านเพศ การทำกิจกรรมทดแทนการมีเพศสัมพันธ์ ขอบเขตการวางตัวที่เหมาะสมกับคนต่างเพศ
    • ด้านการพัฒนากระบวนการคิด (Cognitive Development) คือ การกระตุ้นให้เด็กรู้จักตั้งข้อสงสัยหรือข้อสังเกต มีการศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง นำคำตอบที่ได้มาแลกเปลี่ยน วิเคราะห์สรุปผลจนเกิดความเข้าใจต่อเรื่องต่างๆอย่างชัดเจน  ทั้งนี้การกระตุ้นให้เด็กรู้จักคิด นับเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้เด็กสามารถควบคุมตนเองในเรื่องเพศได้
    • ด้านการพัฒนาจิตสังคม (Socio Emotional Development) คือ การทำให้วัยรุ่นมีความรู้สึกที่ดีเกี่ยวกับตนเอง รับรู้เกี่ยวกับตนเองในทางที่ดี เชื่อมั่นในตนเองหรือมีความเป็นตัวของตัวเอง ภูมิใจในสิ่งที่ตนเองทำ มีทักษะที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต เช่น ทักษะการจัดการปัญหา ทักษะการจัดการอารมณ์ ควบคุมตนเอง ทักษะทางสังคม เป็นต้น

บทบาทของคุณครู คงมิใช่เป็นเพียงผู้ประสิทธิ์ประสาทวิชาความรู้ให้แก่นักเรียนเหมือนเช่นในอดีตอีกต่อไป หากแต่ต้องทำหน้าที่ดูแลชีวิต ช่วยเหลือเมื่อเกิดปัญหา  เชื่อมประสานบ้าน โรงเรียน ทีมสหวิชาชีพ เพื่อช่วยกันดูแล ส่งเสริมและพัฒนาบรรดาเหล่าลูกศิษย์ มิได้แตกต่างจากพ่อแม่ผู้ให้กำเนิด เพื่อให้เด็กๆได้เติบโตขึ้นอย่างสมบูรณ์ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และสังคม  พร้อมเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพของสังคมต่อไปในอนาคต

สนใจงานโรงเรียนคุ้มครองเด็ก ติดต่อ ฝ่ายพัฒนาเด็กและครอบครัว มูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็ก โทร. 02412-0738

(ดาวน์โหลดเอกสาร “การพัฒนาผู้เป็นวัยรุ่น” )

ดาวน์โหลดเอกสารฟรี

2018-03-11T14:57:56+00:00 8 พฤษภาคม 2012|รายงานผลการดำเนินงาน|