บทความเรื่อง : “ศูนย์บริการครอบครัว- ศูนย์รวมพลังชุมชนสร้างความปลอดภัยแก่เด็ก”
โดย : น.ส.ดารารัตน์ ศิริเลิศวศิน มูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็ก
“หลังโรงเรียนเลิก หนูก็เข้ามาที่นี่ทุกวันเลย
หนูได้ทำการ์ด ทำขนมและวาดรูปด้วย...”
นี่เป็นความรู้สึกของเด็กๆ ที่แวะมาเยี่ยมเยียน “ศูนย์บริการครอบครัว ในชุมชนวัดประชาระบือธรรม” ทุกๆ วันหลังจากเลิกเรียน เพราะเด็กๆ มีความรู้สึกว่าสถานที่แห่งนี้เป็นเหมือนบ้านของตนเอง ที่มีทั้งพี่ น้อง และเพื่อนๆ ที่อยู่ในชุมชนเดียวกัน มี ลุง ป้าน้าอาที่ใจดี คอยดูแล พาเล่นเกม ทำศิลปะ และสอนการบ้าน จนก่อเกิดเป็นความรัก ความผูกพันและความไว้วางใจ จนบางครั้งมีปัญหาอะไรก็พูดคุยบอกเล่าให้ฟังได้
หลายชุมชนอาจมีสถานที่ที่เปิดให้บริการแก่ผู้คนที่อาศัยอยู่ในชุมชนของตนแตกต่างกันไป ไม่ว่าจะในรูปแบบของห้องสมุดชุมชน ศูนย์บริการผู้สูงอายุ ศูนย์กีฬา หรือลานจัดกิจกรรมสำหรับชุมชน ซึ่งโอกาสที่ชาวบ้านทุกคนจะมารวมตัวกันก็ต้องมีการจัดงานสำคัญหรือเทศกาลต่างๆ กิจกรรมรณรงค์โครงการต่างๆ ในชุมชน ซึ่งบางแห่งกิจกรรมเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้ก็ขึ้นอยู่กับงบประมาณและนโยบายของแต่ละพื้นที่ที่จะลงมาในรูปแบบของโครงการและวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน แต่สำหรับ “ศูนย์บริการครอบครัว” ของชุมชนวั
ดประชาระบือธรรม เขตดุสิต เป็นสถานที่ที่เปิดให้ทุกๆ ครอบครัวที่อาศัยอยู่ในชุมชนได้มาทำกิจกรรมร่วมกัน เป็นแหล่งข้อมูลที่เสริมทักษะความรู้ในการดูแลบุตรหลานให้กับพ่อแม่ในชุมชน เพื่อให้พ่อแม่เกิดความเข้าใจในเรื่องพัฒนาการของเด็ก การจัดการกับพฤติกรรมต่างๆ ของลูกอย่างเข้าใจและไม่ใช้ความรุนแรง
ดประชาระบือธรรม เขตดุสิต เป็นสถานที่ที่เปิดให้ทุกๆ ครอบครัวที่อาศัยอยู่ในชุมชนได้มาทำกิจกรรมร่วมกัน เป็นแหล่งข้อมูลที่เสริมทักษะความรู้ในการดูแลบุตรหลานให้กับพ่อแม่ในชุมชน เพื่อให้พ่อแม่เกิดความเข้าใจในเรื่องพัฒนาการของเด็ก การจัดการกับพฤติกรรมต่างๆ ของลูกอย่างเข้าใจและไม่ใช้ความรุนแรง ศูนย์บริการครอบครัว เกิดขึ้นจา
กการรวมตัวกันของกลุ่มพ่อแม่ที่เคยผ่านการอบรมกิจกรรมครอบครัวสัมพันธ์ แกนนำชุมชนวัดประชาระบือธรรม กรมสุขภาพจิต กรุงเทพมหานคร และมูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็ก ซึ่งมีความต้องการอยากจะมีพื้นที่หรือสถานที่เอาไว้ให้ครอบครัวในชุมชนได้มาพบปะพูดคุย ปรึกษาหารือกันหรือทำกิจกรรมร่วมกันเพื่อเป็นการสร้างสายสัมพันธ์อันดีต่อกัน รวมทั้งเป็นสถานที่ที่จะเป็นแหล่งข้อมูลความรู้เกี่ยวกับครอบครัวและการเลี้ยงดูเด็ก ที่มีบริการให้คำปรึกษาปัญหาเกี่ยวกับครอบครัว
กการรวมตัวกันของกลุ่มพ่อแม่ที่เคยผ่านการอบรมกิจกรรมครอบครัวสัมพันธ์ แกนนำชุมชนวัดประชาระบือธรรม กรมสุขภาพจิต กรุงเทพมหานคร และมูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็ก ซึ่งมีความต้องการอยากจะมีพื้นที่หรือสถานที่เอาไว้ให้ครอบครัวในชุมชนได้มาพบปะพูดคุย ปรึกษาหารือกันหรือทำกิจกรรมร่วมกันเพื่อเป็นการสร้างสายสัมพันธ์อันดีต่อกัน รวมทั้งเป็นสถานที่ที่จะเป็นแหล่งข้อมูลความรู้เกี่ยวกับครอบครัวและการเลี้ยงดูเด็ก ที่มีบริการให้คำปรึกษาปัญหาเกี่ยวกับครอบครัว โดยกิจกรรมที่ให้บริการประกอบด้วย กิจกรรมสำหรับครอบครัว ห้องสมุดครอบครัว ข้อมูลการเลี้ยงดูลูกโดยไม่ใช้ความรุนแรง การอบรมเสริมทักษะการเลี้ยงดูลูกให้กับพ่อแม่ในชุมชนโดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ กิจกรรมส่งเสริมพัฒนาอาชีพ เช่น เพ้นท์กระเป๋าผ้าบาติก กิจกรรมส่งเสริมพัฒนาการเรียนรู้ของเด็ก เช่น สอนพิเศษ สอนการบ้าน สอนศิลปะงานประดิษฐ์ เป็นต้น ทุกๆ กิจกรรมและบริการที่เกิดขึ้นภายในศูนย์บริการครอบครัวแห่งนี้ จะต้องผ่านการประชุมวางแผนจากทีมพ่อแม่อาสาสมัคร ที่ปรึกษาจากหน่วยงาน ซึ่งทีมงานร่วมกันคิดวางแผน คิดค้นกิจกรรมใหม่ๆ
ด้านการจัดสรรหางบประมาณนั้นมาจากการเขียนโครงการขอทุนจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนต่างๆ ที่ให้การสนับสนุนกิจกรรมเพื่อเด็กและครอบครัว การรับบริจาคจากผู้มีจิตศรัทธา และจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่ครอบครัวร่วมผลิตขึ้น เช่น ผ้าบาติก ผ้าเช็ดหน้าบาติก ขนม เป็นต้นโดยมีคณะที่ปรึกษาประกอบด้วย ศูนย์บริการสาธารณสุข 38 โรงเรียนวัดประชาระบือธรรม มูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็ก สำนักงานเขตดุสิตและหน่วยงานสังคมสงเคราะห์ในบริเวณใกล้เคียงที่ให้บริการด้านสุขอนามัย ปรึกษาด้านการเลี้ยงดูเด็ก และพฤติกรรมของเด็กในวัยต่างๆ “ศูนย์บริการครอบครัวของเรา เปิดให้บริการทุกวันจันทร์ วันพุธ วันศุกร์ และวันเสาร์ ตั้งแต่เวลา 15.00-18.00 น. แต่ว่ากลุ่มแม่ๆ ที่ดูแลจะต้องเข้ามาจัดเตรียมอุปกรณ์กิจกรรมที่จะทำ และดูแลเรื่องความสะอาดเรียบร้อยตั้งแต่ตอนบ่ายโมง เพื่อที่ว่าพอเด็กๆ เข้ามาแล้วจะได้ทำกิจกรรมได้เลย ไม่ต้องรออุปกรณ์ กิจกรรมที่ทำก็จะต้องมีการประชุมทีมงานเพื่อวางแผนก่อนทุกสัปดาห์” แม่ล้อม นางบุญล้อม เชิดชูพงษ์ หนึ่งในกลุ่มแม่บ้านที่อาศัยอยู่ในชุมชน และสมัครใจมาเป็นผู้ดูแลเด็กๆ สอนทำการบ้าน สอนทำศิลปะ ซึ่งงานทุกอย่างที่แม่ล้อมทำล้วนมาจาก “ใจ” ทั้งสิ้น
ผลตอบแทนที่ได้รับนอกจากความสุขที่ได้เห็นรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของเด็กๆ แล้วสิ่งหนึ่งที่ทำให้กลุ่มแม่ๆ ได้รับโดยตรงกับตัวเองและครอบครัวคือ การเป็นที่ยอมรับและเป็นที่ไว้ใจของเพื่อนบ้าน
“มาทำงานตรงนี้แล้วรู้สึกภูมิใจในตัวเอง ดูตัวเองมีคุณค่ามากขึ้น จากแต่ก่อนเป็นคนที่ไม่ค่อยสนใจเพื่อนบ้าน ออกไปข้างนอกไม่กล้าคุยกับใคร แต่พอมาทำงานที่ศูนย์บริการครอบครัว เราช่วยดูแลลูกๆ ของเค้า ไม่ใช่แค่ดูแลเรื่องการบ้าน สอนทำศิลปะ เรายังดูแลเรื่องความสะอาด และความประพฤติของเด็กๆ ด้วย เด็กอยู่กับเราแล้วเรียบร้อยขึ้น รู้จักช่วยเหลือพ่อแม่ของเค้ามากขึ้น ก็เลยกลายเป็นที่รู้จักและไว้วางใจของเพื่อนบ้านมากขึ้น เวลาเค้ามีปัญหาอะไรก็จะมาเล่าให้เราฟัง เราช่วยได้เราก็จะช่วย ..” แม่กุ้ง นางปราณี วาสภักดี แม่อาสาสมัครอีกคนหนึ่งที่สมัครมาทั้งกายและใจเพื่อมาช่วยดูแลศูนย์บริการครอบครัว
จากจุดเริ่มต้นที่ต้องอาศัยพื้นที่ในโรงเรียนวัดประชาระบือธรรมเป็นสถานที่จัดกิจกรรมและเป็นแหล่งพำนักของศูนย์บริการครอบครัวชั่วคราว เมื่อปี 2541 ศูนย์บริการครอบครัวได้เปิดบริการและมีแหล่งที่ตั้งของศูนย์ฯ อยู่ที่ชุมชนวัดประชาระบือธรรม ชุมชน 2 มีกลุ่มแม่ๆ อาสาสมัครเพียงสองสามคนมาทำกิจกรรมให้กับเด็ก จากผู้ใช้บริการที่มีเพียงเด็กๆ ไม่ถึง 10 คน ผู้ปกครอง 2-3 คน เมื่อในอดีต แต่ ณ วันนี้ ศูนย์บริการครอบครัว ย่างก้าวเข้าสู่ปีที่ 3 มีผู้เข้าใช้บริการต่อวันไม่ต่ำกว่า 30 คน เดือนละไม่ต่ำกว่า 400 คน นอกจากจะเป็นที่รู้จักของคนในชุมชนแล้ว ปัจจุบันกลายเป็นสถานที่ศึกษาดูงานของชุมชนและหน่วยงานบริการเด็กและครอบครัวในเขตพื้นที่ต่างๆ
ถือเป็นข้อพิสูจน์ให้เห็นถึงพัฒนาการของศูนย์บริการครอบครัว และความเปลี่ยนแปลงของวิถีชีวิตคนในชุมชนเมืองที่ต้องร่วมแรงร่วมใจกัน สร้างพลังของชุมชนให้เข้มแข็งและร่วมกันดูแลปกป้องลูกหลานให้ปลอดภัยจากภัยทางสังคมที่รุมเล้าทุกรูปแบบ โดยอาศัยการดูแลเอาใจใส่ซึ่งกันและกันของคนในชุมชน
เพราะปัจจุบันเรื่องของครอบครัว โดยเฉพาะเรื่องของ “เด็ก” คงมิใช่เป็นเรื่องของครอบครัวใดครอบครัวหนึ่งที่ต้องช่วยกันดูแล แต่เป็นเรื่องของผู้ใหญ่ทุกๆ คนที่อาศัยอยู่ในชุมชนเดียวกันที่จะต้องช่วยกันดูแล ปกป้อง ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน และร่วมกันสร้างเกราะกันภัยอันตรายที่เข้มแข็งให้สำหรับเด็กและเยาวชนในชุมชน ไม่ใช่แค่ปัญหายาเสพติดจะหมดไปจากชุมชนเท่านั้น ปัญหาพฤติกรรมความก้าวร้าวและรุนแรง เช่นเด็กตีกัน การมั่วสุม การเรียนรู้และทดลองในสิ่งที่ผิดๆ ก็จะหมดไปจากชุมชนและสังคมเช่นกัน...สนใจสอบถามรายละเอียดกิจกรรมได้ที่ ฝ่ายพัฒนาเด็กและครอบครัว
มูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็ก โทรศัพท์ 0-2412-0738 และ 0-2412-9834 www.thaichildrights.org
