คือ ผู้ที่มีบทบาทและหน้าที่สำคัญในการปกป้องคุ้มครองสวัสดิภาพ และช่วยเหลือเด็กนักเรียนจากการถูกล่วงละเมิด ทารุณกรรม หรือถูกกระทำความรุนแรง เป็นคนที่เข้าใจและรับฟังเด็ก สามารถจัดการปัญหาที่เกิดขึ้นได้ และเป็นที่พึ่งให้กับเด็กนักเรียนเมื่อมีปัญหา

บทบาทของครูคุ้มครองเด็ก

1. การเฝ้าระวัง

ครูมีการเฝ้าระวัง และ สังเกตความผิดปกติของเด็กนักเรียนในแต่ละวัน ทั้งความผิดปกติทางร่างกาย ทางจิตใจ หรือ ทางพฤติกรรม เช่น เด็กมีร่องรอยบาดแผล เด็กมีภาวะอารมณ์ที่เปลี่ยนไปจากเดิม หรือ เด็กมีพฤติกรรมที่แตกต่างไปจากปกติ หากพบว่ามีเด็กนักเรียนที่มีความผิดปกติ ให้รีบดำเนินการช่วยเหลือ

2. การช่วยเหลือเด็กนักเรียน

หากพบว่านักเรียนอาจจะถูกกระทำความรุนแรง ครูสามารถช่วยเหลือได้ดังนี้

  • สอบถามข้อมูล และ รับฟัง : ในการพูดคุยกับเด็กนักเรียน ครูควรรับฟังเด็กอย่างตั้งใจ ไม่ตัดสิน สร้างความไว้วางใจให้เด็กกล้าเล่าเรื่องราว และให้กำลังใจเด็ก
  • รายงานเหตุ : หากพบว่าเด็กจะถูกกระทำความรุนแรง ตามพรบ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 กำหนดว่าเมื่อพบเห็นหรือทราบว่าเด็กถูกกระทำความรุนแรง ครูมีหน้าที่รายงานพนักงานเจ้าหน้าที่หรือผู้มีหน้าที่คุ้มครองสวัสดิภาพเด็กตามมาตรา 24* ให้ทราบโดยทันที
    (*มาตรา 24 กำหนดให้ผู้มีหน้าที่คุ้มครองสวัสดิภาพเด็ก คือ ปลัดกระทรวง ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ ปลัดอำเภอผู้เป็นหัวหน้าประจำกิ่งอำเภอ หรือผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีหน้าที่คุ้มครองสวัสดิภาพเด็กที่อยู่ในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบ)
  • ประสานงานกับสหวิชาชีพ : หากเด็กมีความจำเป็นต้องได้รับการตรวจรักษาทันที ครูสามารถประสานงานกับสหวิชาชีพเพื่อให้เด็กได้รับการตรวจรักษาทั้งทางร่างกายและจิตใจ เช่น แพทย์ นักจิตวิทยา ฯลฯ โดยแจ้งข้อสงสัยเบื้องต้นเพื่อให้แพทย์หรือนักจิตวิทยาได้ทำการตรวจและให้การรักษาอย่างเหมาะสม
  • ดูแลเด็กนักเรียน : ในขณะที่เด็กนักเรียนอยู่ในความดูแล ครูควรดูแลเด็กให้ปลอดภัย และ ช่วยลดผลกระทบด้านจิตใจในเบื้องต้นจากการประสบเหตุการณ์ที่กระทบกระเทือนจิตใจ เช่น รับฟัง และให้กำลังใจ ไม่กดดัน รวมถึงทำให้สังคมรอบตัวเด็ก เช่น เพื่อนในห้องเรียน หรือครูผู้สอนท่านอื่น ได้เข้าใจ และไม่ซ้ำเติมเด็ก

3. การป้องกันความรุนแรง

  • สอดส่องดูแล หากพบว่ามีความเสี่ยงที่จะเกิดความรุนแรงในโรงเรียน ให้รีบดำเนินการเพื่อป้องกันก่อนที่จะเกิดเหตุ เช่น พื้นที่จุดอับจุดเสี่ยง หรือ พื้นที่ที่อาจเกิดอันตรายต่อเด็ก , บุคคลที่อาจก่ออันตรายต่อเด็ก
  • สร้างบรรยากาศการเรียนการสอนที่เป็นเชิงบวก ทั้งระหว่างครู กับเด็กนักเรียน โดยการปฏิบัติต่อเด็กด้วยวิธีเชิงบวก ไม่ใช้ความรุนแรง , ระหว่างเด็กนักเรียนด้วยกัน โดยการทำให้เด็กนักเรียนช่วยเหลือดูแลกัน เช่น เพื่อนช่วยเพื่อน พี่ช่วยน้อง
  • ส่งเสริมความรู้และทักษะให้กับนักเรียนในการป้องกันความรุนแรง รวมถึงการขอความช่วยเหลือเมื่อเกิดเหตุการณ์ความรุนแรง
  • เป็นที่พึ่ง และ เป็นที่ปรึกษาให้กับนักเรียนเมื่อนักเรียนมีปัญหา
1