English Site

Info graphic เปลี่ยนความคิดความเชื่อผิดๆเพื่อหยุดความรุนแรงต่อเด็ก

>>>>Info graphic เปลี่ยนความคิดความเชื่อผิดๆเพื่อหยุดความรุนแรงต่อเด็ก

ความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับเด็ก มักมาจาก ความคิด ความเชื่อที่ผิดๆของผู้ใหญ่ที่ดูแลเด็ก ส่งผลให้เกิดการปฏิบัติต่อเด็กด้วยความรุนแรงทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ  รวมถึงการปล่อยปละละเลยเด็ก ส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโตทั้งทางร่างกาย จิตใจ และสติปัญญา

1.เด็ก หรือลูก เป็นสมบัติของพ่อแม่ ที่จะทำอะไรก็ได้ คนภายนอกไม่เกี่ยว  

สิ่งที่ควรทำ : เด็กควรได้รับการดูแล ปกป้อง คุ้มครองจากผู้ใหญ่ทุกคนที่อยู่แวดล้อมเด็ก และควรได้รับการดูแลให้เป็นไปตามมาตรฐานการเลี้ยงดูเด็กขั้นต่ำ ตามที่กฎหมายกำหนด

2.เด็กซนคือเด็กดื้อ  

สิ่งที่ควรทำ :  พ่อแม่ ผู้ปกครอง หรือผู้ที่ดูแลเด็ก ควรเข้าใจในพัฒนาการของเด็กแต่ละช่วงวัย ซึ่งมีความแตกต่างกัน เพื่อสังเกตว่าพฤติกรรมที่เด็กแสดงออกนั้นเป็นไปตามพัฒนาการปกติ หรือ มีสิ่งใดผิดปกติ

3.ชมมากลูกจะเหลิง

สิ่งที่ควรทำ :  คำชมเชย เป็นหนึ่งในแรงเสริมทางบวกซึ่งเป็นวิธีบำบัดทางจิตวิทยาที่ใช้ปรับพฤติกรรม แรงเสริมทางบวกคืออะไรก็ตามที่เมื่อเกิดขึ้นตามหลังพฤติกรรมใดๆแล้วจะทำให้พฤติกรรมนั้นเกิดมากขึ้นในอนาคต คำชมเชยที่จะใช้เป็นแรงเสริมทางบวกที่ได้ผลมากที่สุด ควรจะต้องมีองค์ประกอบครบสามด้าน คือ  1. บอกพฤติกรรมที่เราจะชม 2. บอกความรู้สึกของเรา 3. บอกคุณลักษณะ ตัวอย่างเช่น  วันนี้หนูล้างจานด้วยตนเอง แม่รู้สึกภูมิใจจัง อย่างนี้แหละเขาเรียกว่า เด็กที่มีความรับผิดชอบ

4.ลูกอยากได้อะไรให้หมด

สิ่งที่ควรทำ : เด็กๆทุกคนต้องการการดูแลเอาใจใส่ ต้องการความรัก ความเข้าใจจากผู้ดูแลมากกว่าวัตถุสิ่งของ  และควรฝึกวินัยให้ลูกรู้จักอดทน รอคอย และเห็นคุณค่าของสิ่งต่างๆ

5.ตีจะได้ทำให้หลาบจำ

สิ่งที่ควรทำ : การตี เป็นเพียงการหยุดพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของเด็กเพียงชั่วขณะเท่านั้น ไม่สามารถปรับพฤติกรรมของเด็กได้ หากจะปรับพฤติกรรมหรือส่งเสริมพฤติกรรมเด็ก ควรใช้วิธีการเชิงบวกกับเด็ก ให้เด็กได้รับรู้ผลของการกระทำนั้น และเด็กจะมีส่วนร่วมในการปรับพฤติกรรมนั้นๆอย่างไร

6.ความรุนแรงในครอบครัว เป็นเรื่องส่วนตัว

สิ่งที่ควรทำ :  เป็นเรื่องที่ส่วนรวมต้องช่วยกัน เป็นหูเป็นตา ไม่นิ่งเฉย หากพบเห็นการกระทำความรุนแรงในครอบครัว โทรแจ้งได้ที่ศูนย์ช่วยเหลือสังคม 1300

7.เด็กมันชั่วเหมือนพ่อแม่มัน

สิ่งที่ควรทำ :  พฤติกรรมของเด็กจะดีหรือไม่ดี ส่วนหนึ่งมาจากการเลี้ยงดูและสภาพแวดล้อมที่อยู่รอบตัวเด็ก หากเด็กอยู่ท่ามกลางความรุนแรง จะทำให้เด็กซึมซับและมีพฤติกรรมที่รุนแรง ความดีความชั่วไม่ได้ถ่ายทอดทางพันธุกรรม แต่ถ่ายทอดผ่านการกระทำและการถูกเลี้ยงดู

8.เกลียดสามีหรือภรรยาแล้วมาลงที่ลูก                 

สิ่งที่ควรทำ :   ตั้งสติ ควบคุมอารมณ์ แยกแยะให้ได้ว่าเด็กกับคนที่เราเกลียดเป็นคนละคนกัน หากสามีภรรยาเกลียดชังกันแล้วมาลงที่ลูก ไม่ว่าจะเป็นการใช้ความรุนแรงในรูปแบบใดก็ตามย่อมเกิดความเสียหายต่อร่างกายและจิตใจของเด็กอย่างแน่นอน

9.เด็กนำโชคร้ายมาสู่ครอบครัว           

สิ่งที่ควรทำ :  ความเชื่อคือความเชื่อไม่ใช่ความจริง  ผู้ปกครองต้องค้นหาข้อเท็จจริงว่า ช่วงเวลาที่ครอบครัวประสบเรื่องร้ายๆ เกิดจากสาเหตุอะไรกันแน่ ไม่ควรรีบด่วนสรุป เพราะเด็กจะตกเป็นเหยื่อของความเชื่อผิดๆ

  1. มีความคาดหวังกับลูกสูงและเปรียบเทียบลูกกับตัวเองในวัยเด็ก

สิ่งที่ควรทำ : ความคาดหวังกับลูกไม่ใช่สิ่งผิด แต่ต้องจัดการให้สมดุล ไม่มีมากเกินไปจนทำร้ายลูก ทำให้ลูกเครียด กังวล ไม่มั่นใจในตนเอง และไม่ควรนำลูกไปเปรียบเทียบกับใคร จนทำให้ลูกรู้สึกว่าตนเองไม่มีคุณค่า ไม่ได้รับการยอมรับ

  1. ไม่เข้าใจสภาวะที่เด็กเป็น เช่น เด็กไม่เข้าใจคำสั่งก็คิดว่าเด็กต่อต้าน ดื้อ

สิ่งที่ควรทำ :  หากพบพฤติกรรมที่ผิดปกติจากพัฒนาการตามช่วงวัยของเด็ก เช่น เด็กมีความบกพร่องทางการเรียนรู้ เด็กมีสมาธิสั้น  มีความผิดปกติทางอาการหรือโรคบางอย่าง  ผู้ปกครองควรพาเด็กพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัย หาสาเหตุและปรับวิธีการเลี้ยงดูเด็กให้สอดคล้องกับสิ่งที่เด็กเป็น ดีกว่าการคิดคาดเดาเองว่าเด็กดื้อ ต่อต้าน มีพฤติกรรมไม่น่ารัก

  1. เด็กเติบโตเองได้ ไม่เห็นต้องดูแลเยอะ เดียวมันก็หาอยู่หากินเองได้

สิ่งที่ควรทำ : การปล่อยปละละเลยเด็ก เป็นความรุนแรงอีกรูปแบบที่ส่งผลกระทบต่อร่างกาย จิตใจ พัฒนาการทางสมองของเด็ก  ผู้ปกครองควรดูแลเอาใจใส่ ปกป้องคุ้มครอง ส่งเสริมพัฒนาเด็กตามช่วงวัย และจัดสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยให้กับเด็ก เพื่อให้เด็กเติบโตขึ้นอย่างมีคุณภาพ

#ยุติความรุนแรงต่อเด็กทุกรูปแบบ ทุกสถานที่

ข้อมูลและอินโฟกราฟิกโดย มูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็ก

โทรศัพท์ 0-2412-0739  www.thaichildrights.org

ดาวน์โหลดเอกสารฟรี

(* สำคัญต้องกรอก)

: 155