PDPA ของเด็กเป็น 'ข้อมูลอ่อนไหว' ต้องปกป้องเป็นพิเศษ
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือ PDPA สำหรับเด็ก เน้นการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเข้มงวด ต้องขอความยินยอมจากผู้ปกครองก่อน สำหรับข้อมูลทั่วไป (ชื่อ, ที่อยู่) และข้อมูลอ่อนไหว (สุขภาพ, เชื้อชาติ) ห้ามโพสต์รูปหรือคลิปที่ทำให้เด็กอาย อับอาย หรือมีผลกระทบต่ออนาคตโดยไม่ได้รับอนุญาต และต้องเก็บข้อมูลอย่างปลอดภัย มีมาตรการป้องกันข้อมูลรั่วไหล และคำนึงถึงสิทธิของเด็กในการตัดสินใจเมื่อโตขึ้น
หลักการสำคัญที่ผู้ปกครองและองค์กรต้องรู้:
- การขอความยินยอม (Consent):
- ข้อมูลทั่วไป:ต้องขอความยินยอมจากผู้ปกครอง (เช่น ชื่อ, ที่อยู่, เบอร์โทร)
- ข้อมูลอ่อนไหว:ต้องขอความยินยอมจากผู้ปกครอง และผู้เยาว์ด้วย (เช่น ข้อมูลสุขภาพ, ศาสนา, ประวัติอาชญากรรม)
- การจัดการข้อมูลในโซเชียลมีเดีย (โพสต์รูป/คลิป) :
- คำนึงถึงอนาคตเด็ก:ไม่โพสต์ภาพที่อาจทำให้เด็กอายหรือเสียชื่อเสียงเมื่อโตขึ้น
- ห้ามโพสต์ภาพเปลือย/ในห้องน้ำ:เพื่อป้องกันการล่วงละเมิดทางเพศ
- ขออนุญาตก่อนโพสต์:ถ้าเด็กเริ่มรู้ความและแสดงความไม่ต้องการ ให้เคารพสิทธิ์นั้น
- ห้ามติดรูปเด็กอื่นโดยไม่จำเป็น:เพื่อไม่ละเมิดสิทธิ์เด็กคนอื่น
- ธุรกิจ/บริการที่เกี่ยวกับเด็ก:
- ต้องมีมาตรการความปลอดภัยทางเทคนิคและกายภาพ (เช่น การเข้ารหัส, จำกัดการเข้าถึง)
- สถานศึกษาต้องขอความยินยอมผู้ปกครองร่วมกับผู้เยาว์
- แพลตฟอร์ม, แอปพลิเคชัน, สวนสนุก, สถานพยาบาลเด็ก ต้องระวังเป็นพิเศษ
- สิทธิของเด็ก (เมื่อโตขึ้น):
- เด็กมีสิทธิในการขอให้ลบ, ถ่ายโอน, หรือจำกัดการใช้ข้อมูลของตนเอง
- องค์กรต้องเตรียมระบบรองรับการใช้สิทธิ์ของเจ้าของข้อมูล (Data Subject Rights)
เราทุกคนมีบทบาทในการปกป้องสิทธิเด็ก
ผู้ใหญ่: งดแชร์ข้อมูลเด็กโดยพลการ เป็นตัวอย่างการใช้สื่อที่รับผิดชอบ
ครู/โรงเรียน: สอนเด็กเรื่องความปลอดภัยออนไลน์และ PDPA
สื่อมวลชน: รายงานข่าวเด็กอย่างระมัดระวัง ไม่เปิดเผยตัวตน
เยาวชน: เรียนรู้สิทธิของตัวเอง และช่วยกันสร้างพื้นที่ออนไลน์ที่ปลอดภัย
โดยสรุปคือ ผู้ใหญ่มีหน้าที่ดูแลปกป้องข้อมูลและความเป็นส่วนตัวของเด็ก เหมือนดูแลสิทธิอื่นๆ โดยต้องระมัดระวังการเก็บ ใช้ และเผยแพร่ข้อมูลอย่างรอบคอบที่สุดเพื่อประโยชน์สูงสุดของเด็ก
อินโฟกราฟิก : มูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็ก







