English Site

ปรับการทำงานเพื่อคุ้มครองเด็กที่ถูกกระทำความรุนแรง

>>>>ปรับการทำงานเพื่อคุ้มครองเด็กที่ถูกกระทำความรุนแรง

สถานการณ์ การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019  (COVID-19)  

มูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็กปรับการทำงานช่วยเหลือคุ้มครองเด็กถูกกระทำความรุนแรง

วาสนา เก้านพรัตน์ ผู้อำนวยการมูลนิธิฯ : ผู้เขียน

           วันที่ 24 มีนาคม 2563  เป็นวันแรกที่มูลนิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็กอนุญาตให้พนักงานทำงานจากบ้าน    (work from home)  เพื่อป้องกันการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)   มีงานหลายส่วนที่สามารถทำงานจากบ้านได้  เช่น ฝ่ายพัฒนาเด็กและครอบครัว พนักงานฝ่ายนี้สามารถทำงานจากบ้านได้ เช่น การทำรายงาน การปรับแผนงาน เตรียมงาน การพัฒนาศักยภาพตนเอง และกิจกรรมหลายอย่างจำเป็นต้องเลื่อนวันดำเนินงาน เช่น การประชุม  การฝึกอบรมพัฒนาศักยภาพกลุ่มเป้าหมาย หรือมีการปรับรูปแบบเป็นการฝึกอบรมแบบออนไลน์    แต่สำหรับงานช่วยเหลือคุ้มครองเด็กที่ถูกกระทำความรุนแรง ซึ่งมีการรายงานแจ้งเหตุขอความช่วยเหลือมาทุกวันเป็นงานที่หยุดไม่ได้  พนักงานเจ้าหน้าที่คุ้มครองเด็ก  นักสังคมสงเคราะห์   นักกฎหมาย ฝ่ายคุ้มครองสิทธิเด็ก ยังคงต้องทำงานช่วยเหลือคุ้มครองเด็กต่อไป จะรอให้สถานการณ์  COVID-19  คลี่คลายแล้วจึงออกไปช่วยเหลือเด็ก เราทำไม่ได้เพราะเด็กรอไม่ได้  ดังนั้นเราต้องปรับการทำงานโดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของเด็กและความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงานคุ้มครองเด็กด้วย

เราปรับการทำงานโดยลงพื้นที่ซึ่งเสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัส COVID-19  น้อยลง    บางกรณีสามารถเลื่อนนัดได้ บางกรณีติดต่อประสานงานผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ ถ้าจำเป็นต้องลงพื้นที่ผู้ปฏิบัติงานจะเตรียมการเพื่อป้องกันการติดเชื้ออย่างเต็มที่ บางกรณีถ้าจำเป็นต้องพบผู้ปกครองเด็ก เรานัดพบกันในสถานที่ที่ปลอดภัย ผู้ปฏิบัติงานใส่หน้ากากอนามัยและเตรียมหน้ากากอนามัยให้ผู้ปกครองเด็กด้วย      เว้นระยะห่างในการพูดคุย  การประชุมระหว่างผู้ปฏิบัติงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และการประชุม Case Conference กับโรงพยาบาลปรับเป็นการประชุมทางไกลผ่านทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งสามารถติดต่อสื่อสารถึงกันได้ทั้งภาพและเสียง การทำงานช่วยเหลือคุ้มครองเด็กถูกกระทำความรุนแรงจึงสามารถดำเนินการต่อไปได้

เปิดบ้านพัก ดูแลเด็ก 14 วัน ก่อนส่งตัวเข้าสถานดูแลเด็ก

ตัวอย่างการทำงานช่วยเหลือเด็กในช่วงโควิด-19 ระบาด

เด็กหญิงอายุ 12 ปี ถูกกระทำความรุนแรงทางเพศโดยคนในครอบครัว ตัวเด็กและพี่น้องอีก 2 คนได้รับการเลี้ยงดูโดยมิชอบตั้งแต่เล็ก มูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็กให้ความช่วยเหลือเด็กและครอบครัวทั้งด้านสังคมสงเคราะห์และการช่วยเหลือด้านกฎหมาย เนื่องจากปัจจุบันเด็กอยู่ในพื้นที่ไม่ปลอดภัยและมารดายังไม่สามารถทำหน้าที่ในการส่งเสริมพัฒนาและปกป้องคุ้มครองเด็กได้   จึงจำเป็นต้องแยกเด็กมาคุ้มครองสวัสดิภาพ  ในช่วงการระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19  มีการกำหนดขั้นตอนให้กักตัวเด็ก 14 วัน ก่อนส่งเด็กเข้าสถานดูแล ฝ่ายบำบัดฟื้นฟูเด็กและครอบครัว มูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็ก ปรับที่ทำงานให้เป็นบ้านพักชั่วคราว เพื่อรับดูแลเด็กทั้ง 3 คน พร้อมจัดเจ้าหน้าที่อยู่ดูแลเด็ก 24 ชั่วโมงตลอด 14 วัน

ช่วงเวลา 14 วันนี้ นับเป็นช่วงเวลาแห่งความทรงจำดี ๆ ของเด็ก ๆ  พี่น้องที่เคยแยกกันอยู่ โดยแต่ละคนได้รับการเลี้ยงดูโดยมิชอบ ได้กลับมาอยู่ด้วยกันอีกครั้ง ได้อยู่กับนักสังคมสงเคราะห์และนักกิจกรรมบำบัดที่รักและเข้าใจเด็ก  ในแต่ละวันเด็ก ๆ ได้รับการพัฒนาทักษะหลายด้านผ่านกิจกรรมต่าง ๆ    มีการเตรียมความพร้อมเด็กก่อนไปอยู่ในสถานดูแลเด็กซึ่งทีมสหวิชาชีพประเมินว่ามีความเหมาะสมในขณะนี้  ภาพที่น่าประทับใจภาพหนึ่ง คือ วันเกิดของน้องสาวคนเล็ก พี่ชายและพี่สาวช่วยกันทำขนมและร้องเพลงอวยพรวันเกิดให้น้องสาว เสียงหัวเราะและรอยยิ้มสะท้อนความสุขของเด็ก ๆ ในห้วงเวลานี้

โควิด-19 ระบาด แต่การช่วยเหลือเด็กที่ถูกกระทำความรุนแรงยังต้องเดินต่อ

และรอคอยการสนับสนุน

ในขณะที่เชื้อไวรัส COVID-19  แพร่ระบาดอย่างรุนแรง ปัญหาความรุนแรงต่อเด็กยังคงเกิดขึ้น และมีแนวโน้มจะสูงมากขึ้น มูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็กจะพยายามช่วยเหลือคุ้มครองเด็กตามกระบวนการคุ้มครองเด็กอย่างเต็มที่ ในขณะที่ปัจจุบันมูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็กได้รับการสนับสนุนการทำงานลดลงอย่างมากซึ่งเป็นผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19  เช่นกัน เมื่อคนไม่มีงานย่อมไม่มีกำลังมาสนับสนุนการทำงานของมูลนิธิฯ ผู้บริจาคที่เคยสนับสนุนมูลนิธิฯ ทุกเดือนมาหลายปีมีหนังสือแจ้งขอลดจำนวนเงินบริจาค ดังนั้นขอเชิญทุกท่านที่ต้องการมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือคุ้มครองเด็กถูกกระทำความรุนแรงบริจาคเงินสนับสนุนการทำงานของมูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็ก เพื่อทำงานช่วยเหลือคุ้มครองเด็กที่ถูกกระทำความรุนแรงให้ได้รับความปลอดภัยและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

: 10