English Site

สธ.ผนึกพลัง 84 องค์กร ประกาศเจตนารมณ์ คุ้มครองเด็กและเยาวชน ป้องกันและแก้ไขปัญหาติดเกม

>>>สธ.ผนึกพลัง 84 องค์กร ประกาศเจตนารมณ์ คุ้มครองเด็กและเยาวชน ป้องกันและแก้ไขปัญหาติดเกม

วันนี้ (31 ต.ค.61 )มูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็ก ได้เข้าร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข และภาคีเครือข่าย 84 องค์กร ประกาศเจตนารมณ์ คุ้มครองเด็กและเยาวชน จากโรคติดเกม ซึ่งองค์การอนามัยโลกประกาศให้เป็นโรคทางจิตเวช คาดการณ์ มีเด็กเสี่ยงติดเกม ประมาณ 2 ล้านคน ป้องกันด้วยหลัก 3 ต้อง 3 ไม่ หากสงสัยทำแบบทดสอบได้ที่ www.thaiteentraining.com หรือขอรับการบริการปรึกษา ได้ที่สายด่วนสุขภาพจิต 1323 ตลอด24 ชั่วโมง

ศาสตราจารย์คลินิก เกียรติคุณ นายแพทย์ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า เด็กและเยาวชนที่เล่นเกมจนเกินพอดี ขาดวินัยในตนเอง ไม่สามารถควบคุมตนเอง ไม่รู้เท่าทัน จะนำไปสู่การติดเกม เป็นปัญหาพฤติกรรมเสพติดในทางสมอง มีลักษณะคล้ายกับ “ติดสารเสพติด” เป็นอุปสรรคสำคัญต่อการพัฒนาสมอง พัฒนาการ และพฤติกรรม  ขอย้ำว่า ไม่ได้ห้ามเด็กเล่นเกม แต่เด็กที่เล่นเกมมีความเสี่ยง “ติดเกม” จึงจำเป็นต้องร่วมมือกันคุ้มครอง ป้องกัน และแก้ไขไม่ให้อนาคตของชาติต้องเสพติดเกม โดยเน้นการป้องกัน เริ่มต้นจากครอบครัว ด้วยหลัก ”3 ต้อง 3ไม่”

3 ต้อง ได้แก่ ต้อง กำหนดเวลาเล่น  เล่นไม่เกิน 2ชั่วโมง/วัน  ต้อง ตกลงโปรแกรมให้กับลูก เลือกประเภทเกมให้ลูก เช่น เกมบริหารสมอง บอร์ดเกม ต้อง เล่นกับลูกบ้าง  เล่นเกมพร้อมกับลูก เพื่อสร้างความสัมพันธ์ และให้คำแนะนำแก่ลูก  และ 3 ไม่ ได้แก่ ไม่เป็นตัวอย่างที่ผิด เช่น เล่นเกมรุนแรง เล่นเกมมากเกินไป  ไม่เล่นในเวลาครอบครัว เช่น เวลาทานข้าว หรือออกไปเที่ยว  ไม่ใช้ในห้องนอน เพราะจะควบคุมการเล่นของลูกไม่ได้ กำหนดขอบเขตเหล่านี้ในครอบครัว ที่สำคัญ ห้ามเด็ดขาดในการใช้เทคโนโลยีหรืออุปกรณ์จอใส่ต่างๆ เป็นพี่เลี้ยงเด็กก่อนอายุ 5ขวบ  เพราะจะส่งผลต่อพัฒนาการช้า พูดช้า เด็กจะก้าวร้าวรุนแรง โมโหร้าย ชอบเอาชนะตามมาได้

สำหรับการประกาศเจตนารมณ์ขับเคลื่อนมาตรการเพื่อคุ้มครองเด็กและเยาวชน ป้องกันและแก้ไขปัญหาติดเกม 4 ข้อ ได้แก่ 1.ป้องกันและควบคุมการบริโภคเกมที่มีผลต่อสมอง พัฒนาการและพฤติกรรมของเด็กและเยาวชน 2.สนับสนุนให้มีมาตรการกำกับดูแลการแข่งขันวีดีโอเกมและ E-SPORT ให้มีความรับผิดชอบต่อสังคม 3.สร้างความตระหนักถึงผลเสียและเรียนรู้การใช้อย่างเหมาะสมสำหรับเด็ก ครอบครัว และครู  และ 4.สร้างระบบเฝ้าระวังและช่วยเหลือผู้ที่มีปัญหาให้เข้าถึงบริการได้อย่างครอบคลุม ทั้งนี้ เพื่อให้เด็กและเยาวชนไทยเติบโตขึ้นเป็นคนไทย 4.0 ที่มีคุณภาพในการพัฒนาประเทศและดูแลสังคมต่อไป